ผิวหน้าในชั้นผิวหนังดูแลรักษาอย่างไร

ผิวหน้าในชั้นผิวหนังดูแลรักษาอย่างไร

Face Layer (Facial Anatomy Layer) ชั้นผิวหนังชั้นไหน ต้องดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ใด

เป็นคำถาม ที่คนไข้ถามกันเข้ามาจำนวนมาก หากทำโปรแกรมฟิลเล่อร์แล้ว สามารถทำการยกกระชับได้หรือไม่ หากทำโปรแกรมการยกกระชับแล้ว สามารถทำโปรแกรม Toxin ได้ไหม ขออธิบายให้คนไข้เข้าใจง่ายๆ คือ ชั้นผิวหน้าของเรา กว่าจะถึงชั้นผิวหน้าที่เรามองเห็นกัน ภายใต้ชั้นผิวประกอบไปด้วยหลากหลายชั้นเรียงทับซ้อนกันเป็นชั้นๆจนหนาและเกิดเป็นผิวหนังขึ้นมา ซึ่งโปรแกรมแต่ละโปรแกรม ใช้ในการรักษาปัญหาในแต่ละชั้นผิวแตกต่างกัน ตามประสิทธิภาพของแต่ละโปรแกรม และปัญหาของคนไข้ และสภาพผิวโดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกหัตถการ ให้เหมาะสมกับคนไข้กับลูกค้าแต่ละท่าน เช่น การทำโปรแกรม Filler ช่วยยกพยุงโครงสร้างชั้นผิว ช่วยแก้ปัญหาปรับรูปหน้า ซึ่งการยกพยุงโครงหน้าขึ้น ต้องทำในชั้น Retaining Fat Layer and spaces เป็นต้น หรือ การทำโปรแกรมยกกระชับด้วย Ultherapy เพื่อแก้ปัญหาผิวในชั้น Superficial Fat จนถึงชั้น SMAS เป็นต้น

 

ซึ่งสิ่งที่เราๆ สามารถมองเห็นกันด้วยตาเปล่านั้น คือชั้นบนสุดของผิวหนัง ที่เรียกกันว่าชั้น Skin (epidermis and dermis) layer โดยในชั้น epidermis หรือชั้นหนังกำพร้าจะมีเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) แทรกตัวอยู่

 

ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นที่อยู่ภายใต้ชั้นหนังก้าพร้า ในชั้นนี้จะประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีคอลลาเจน อีลาสติน และสารโปรตีนเมทริกซ์นอกเซลล์ (extracellular matrix)นอกจากนี้ยังมี รากผม (hair follicle) ต่อมไขมัน (sebaceous gland) หลอดเลือด (blood vessel) และต่อมเหงื่อ (sweat gland) ประกอบอยู่ด้วย

 

ผิวหน้าในชั้นผิวหนังนี้สามารถดูแลรักษาได้ด้วย

โปรแกรม Rejuran

โปรแกรม Skin Booster

โปรแกรม Revive

โปรแกรมประเภทงานผิวต่างๆ

 

ถัดลงมาตามลำดับคือชั้นไขมัน จะประกอบด้วย 2 ส่วนคือไขมันชั้นตื้น (superficial fat) และไขมันชั้นลึก (deep fat) โดยไขมันจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ด้วยเนื้อเยื่อที่ยึดจากกระดูกมาที่ผิวหนัง ไขมันใต้ผิวชั้นตื้นจะมีความสำคัญกับทรงหน้าและรูปร่างใบหน้าอีกทั้งจะคงอยู่ตลอดชีวิต หากไขมันชั้นนี้หายไปจะทำให้ผิวหน้ามีความหย่อนคล้อยและมีความเหี่ยวย่นตามมา

 

สำหรับชั้นไขมันชั้นลึกจะแบ่งเป็นส่วนๆ อยู่ใต้ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า โดยจะอยู่ในบริเวณรอบเบ้าตา แก้ม และหน้าขมับ โดยไขมันชั้นลึกนี้จะเริ่มลดน้อยได้เมื่อเริ่มมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

 

ผิวหน้าในชั้นไขมันนี้สามารถดูแลรักษาได้ด้วย

โปรแกรม Hifu

โปรแกรม Meso Fat

โปรแกรม Ulthera

โปรแกรม Thermge

โปรแกรม Gouri

 

ถัดมาในลำดับที่ 3 คือชั้นกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกกันว่าชั้น SMAS จะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้แสดงสีหน้า (Facial expression muscles) กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะใช้แสดงสีหน้าจะโดยกล้ามเนื้อกลุ่มนี้เป็นกล้ามเนื้อที่มีจำนวนมากกระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้า

 

ลักษณะเด่นของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ คือ จะเป็นจุดยึดระหว่างกระดูกกับผิวหนัง เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำงานจะดึงผิวหนังให้เคลื่อนที่ไปด้วยจึงเกิดเป็นการแสดงสีหน้านั้นเอง หากกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำงานไปนานๆ จะทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นขึ้นบนผิวหน้าได้ โดยรอยย่นที่เกิดขึ้นนั้นมักจะเป็นรอยย่นที่เกิดในทิศทางตรงกันข้ามกับกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อกลุ่มที่ใช้เคี้ยวอาหาร (Mastication muscles) กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารจะประกอบด้วยทั้งหมด 4 มัด อยู่บนใบหน้า 2 มัดและ อีก 2 มัดจะอยู่ใต้ชั้นกระดูกที่อยู่ภายใต้ใบหน้า โดยกล้ามเนื้อที่ใช้

 

ผิวหน้าในชั้นกล้ามเนื้อนี้สามารถดูแลรักษาได้ด้วย

โปรแกรม Toxin

โปรแกรม Emface

 

ลำดับถัดมาคือชั้น Retaining ligaments and spaces คือเอ็นที่ยึดระหว่างผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังกับกระดูกบนใบหน้า (Facial Ligament) เปรียบได้เหมือนกับเป็นตะปู ที่ตอกยึดผิวหน้าให้คงที่

 

โดยชั้นนี้จะมี 3 จุดที่แข็งแรงเป็นพิเศษ และมีความหย่อนช้ากว่าเอ็นในบริเวณอื่นๆ ตามรูปภาพ เพื่อไม่ให้ผิวหน้าของเราหย่อนคล้อยลงมาเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เอ็นเหล่านี้จะเริ่มมีความหย่อนยาน และมีแรงยึดเกาะน้อยลง ทำให้ผิวหนังรวมทั้งเนื้อเยื่อต่างๆ ตกหล่นและย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงจึงทำให้ดูมีอายุกว่าวัยนั่นเอง

 

ผิวหน้าในชั้นเนื้อเยื่อนี้สามารถดูแลรักษาได้ด้วย

โปรแกรมฟิลเลอร์

 

ถัดมาจะเป็นชั้น Deep Fat Layer (Absent on the forehead) จะมีอยู่บริเวณรอบดวงตา บริเวณส่วนกลางรวมทั้งส่วนล่างของใบหน้า และขาดอยู่

 

Periosteum deep fascia เยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) ทำหน้าที่ช่วยให้กล้ามเนื้อและเอ็นยึดติดกับกระดูกขณะเดียวกันหลอดเลือดในเยื่อกระดูกยังทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงกระดูก ด้านในของเยื่อกระดูกมีเซลล์ที่สามารถเจริญไปเป็นเซลล์กระดูกได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นประสาทจำนวนมากที่เยื่อกระดูก

 

Bones หรือกระดูก กะโหลกศีรษะทำหน้าที่ปกป้องสมองซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบประสาท รวมทั้งเป็นโครงร่างที่ค้ำจุนอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ ทั้งตา หู จมูก และลิ้น และยังทำหน้าที่เป็นทางเข้าของทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ

 

การดูแลรักษาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าจึงจำเป็นต้องดูแลให้ครบทุกชั้นผิว เนื่องจากแต่ละตัวเครื่องดูแลในชั้นผิวที่แตกต่างกันไป ใครที่กำลังสงสัยว่าดูแลตัวเองด้วยโปรแกรมนแล้ว สามารถทำการรักษาด้วยโปรแกรมอื่นได้อีกหรือไม่ สามารถตอบได้ในทันทีเลยว่าสามารถทำได้อีกทั้งดีเป็นการดีต่อผิวหน้าอีกด้วย เนื่องจากเป็นการได้รับการดูแลในทุกชั้นผิวอย่างทั่วถึง ทำให้ผิวหน้าทรุดตัวช้าลงและยกกระชับได้มากขึ้น ทั้งนี้แพทย์บางท่านอาจมีเทคนิคที่อาจบิดเบือนไปได้จากในเอกสารที่รับรองโดยเป็นเคนิคส่วนตัว เช่น การฉีดสารเติมเต็มในบริเวณชั้นที่ใกล้กับกระดูกเพื่อเพิ่มการยกพยุงใบหน้ามากขึ้นเป็นการแก้ไขปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุได้มากขึ้นเป็นต้น

306

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว