เครื่องดูดไขมัน BodyTite vs Vaser vs Body Jet ต่างกันอย่างไร

เครื่องดูดไขมัน BodyTite vs Vaser vs Body Jet ต่างกันอย่างไร

BodyTite ดูดไขมันได้ทุกส่วน ไม่ต้องกลัวไขมันสะสมใหม่

ใครๆ ก็อยากหุ่นดี คำพูดนี้ไม่เกินจริง หุ่นดีในที่นี้อาจไม่ได้หมายถึงการตัวเล็กตัวน้อย หรือเอวบางร่างน้อยแต่เป็นการหุ่นดีในแบบของตัวเอง ที่มาพร้อมความกระชับ เฟิร์ม ไม่ย้วย ย้อย หรือย่น แต่ดูโดยรวมแล้วกำลังพอดี แต่ลักษณะการใช้ชีวิต การทำงานของคนในยุคนี้ทีแต่ละคนมี Job มากกว่า 1 Job แล้ว การออกกำลังกายและคุมอาหรอาจไม่ค่อยตอบโจทย์คนในยุคนี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีเวลาอีกทั้งยังต้องใช้สมองในการคิดเรื่องงานจนไม่สามารถลดหรืองดอาหารได้ นอกจากนั้นของหวานยังเป็นเพียงแค่สิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตสดชื่นขึ้นเป็นสิ่งที่ให้หลีกเลี่ยงได้ยากนัก การดูดไขมันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมสำหรับ Lifestyle ของคนในยุคนี้ที่ไม่สามารถเจียดเวลาจากทั้งงานหลักและงานเสริมไปออกกำลังกายได้ทั้งที่อยากมีรูปร่างที่ดี

 

การดูดไขมันในปัจจุบันก็ถูกคิดค้น และพัฒนามาอย่างหลากหลาย จนได้เครื่องดูดไขมันที่ได้รับความนิยมหลากหลายเครื่อง และแต่ละเครื่องก็จะมีความแตกต่างกันที่พลังงานในการใช้ดูดไขมันออกมานั่นเองแต่เครื่องที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ที่ใครๆ ก็รู้จักและอยากจะลองใช้บริการสักครั้งก็คงหนีไม่พ้นเครือง BodyTite

 

การดูดไขมันคืออะไร ?

การดูดไขมันคือ การทำให้ไขมันที่สะสมในร่างกายแตกตัว ก่อนที่จะทำการดูดออกมา ซึ่งเทคนิคการดูดไขมันให้ไข มีหลายวิธีที่สามารถทำได้ โดยทั่วไปจะใช้วิธีการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์, การใช้แรงดันน้ำ, การปล่อยคลื่นวิทยุ, หรือการลงความร้อน เพื่อให้ไขมันที่สะสมในร่างกายเกิดการแตกตัวและละลาย ทำให้การดูดไขมันออกมาได้ง่ายมากขึ้น

 

BodyTite เป็นเครื่องดูดไขมัน สลายไขมันพร้อมกระชับสัดส่วนรุ่นแรกๆ ที่ติดตลาดและได้รับความนิยมทั้งยังเป็นที่กล่าวถึง อย่างมากมายถึงผลลัพธ์อันน่าทึ่งและเป็นที่ชอบใจของคนทั่วโลกทั้งดาราเซเลปสื่อเฉพาะทางและสื่อทั่วไป ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกในการกำจัดไขมัน พร้อมกระชับผิวให้เรียบเนียนในครั้งเดียว โดยอาศัยหลักพลังงานของคลื่นความถี่วิทยุ Radio-Frequency Assisted Liposuction หรือที่รู้จักกันดีว่าคลื่น RFAL ที่จะเข้าไปช่วยสลายไขมันและกระชับผิวหนังได้พร้อมๆ กันครอบคลุมปัญหาเรื่องผิวย้วยและส่วนเกินได้เป็นอย่างดี

 

ไขมันส่วนเกินที่อยู่ตามร่างกาย สลายไปได้ด้วยความร้อนอุณหภูมิ 40-60 องศาที่ถูกส่งออกไปจากเครื่อง BodyTite Pro ผ่านเข็มทู่ที่ถูกสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง โดยเทคนิคนี้นอกจากช่วยลดไขมันส่วนเกินแล้ว ยังสามารถทำให้ Fibro Septal Network หรือ เส้นใยที่ทำหน้าที่ยึดติดผิว มีความยึดเกาะกันได้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้ไขมันส่วนเกินที่เป็นตัวทำให้ผิวหนังดูย้วยไม่กระชับจึงบางลงและแนบไปกับผิว

 

อีกหนึ่งความพิเศษของ เครื่องดูดไขมัน BodyTite คือตัวเครื่องจะประกอบด้วยตัวหัวซึ่งจัดเป็นอุปกรณ์สำคัญ หรือที่เรียกว่า “Handpiece” ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการดูดไขมันเพียงแค่อย่างเดียว แต่ยังเป็นตัวที่ทำหน้าที่ในการปล่อยพลังงาน RF (Radio Frequency Wave) คลื่นชนิดเดียวกับเทอร์มาจที่เราใช้ในการยกกระชับหน้า ที่จะช่วยสลายไขมัน และกระชับผิว โดยวิธีการ ที่ไม่เพียงแต่ลงไปสลายผนังเซลล์ไขมัน ที่จับตัวกันจนเป็นก้อน ยังลงไปเปลี่ยนโครงสร้างและปัจจัยทางชีวเคมีในบริเวณที่ทำการรักษา เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการไหลเวียนของน้ำเหลืองในร่างกาย ทำให้ขณะที่กำลังสลายไขมันก็จะได้ผลของการกระชับผิวหนังไปพร้อมๆ กัน เสริมสร้างคอลลาเจนไปพร้อมๆ กัน พร้อมทั้งยังช่วยกำจัดเซลลูไลท์ออกไปจากร่างกายด้วย ทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น ลดให้โอกาสที่ไขมันจะกลับมาสะสมใหม่โดยการรักษาแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และวางแผนการรักษารวมทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ (หัว) ให้เหมาะสมกับเคสนั้น

 

เครื่อง BodyTite สามารถทำการยกกระชับความหย่อนคล้อยของผิวหนังได้ทั้งลำตัว และผิวหน้าทำให้ผิวเกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากขึ้นถึง 4-5 เท่า ทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยมีริ้วรอย ร่องลึกบ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้นกลับฟื้นฟูดูเรียบตึงกระชับได้ดีอีกด้วย

 

ดูดไขมัน BodyTite

ภาพก่อน - หลังทำดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำเครื่องดูดไขมัน BodyTite

กำจัดไขมันได้ทุกสัดส่วนของร่างกายรวมถึงลดการเกิดการหย่อนคล้อยย้อย และย้วยของผิว ตัวอย่างเช่น บริเวณหน้าท้อง บริเวณใต้ท้องแขน คาง ขาด้านใน เนื่องจากเครื่องดูดไขมัน BodyTite เป็นเครื่องที่ สามารถสลายไขมันไปพร้อมกับการกระชับผิวหนังได้ รวมถึงยังสามารถขจัดเซลลูไลท์และฟื้นฟูคอลลาเจน ไปพร้อมๆ กันในครังเดียวได้ ทำให้ผิวทั้งกระชับ แข็งแรงมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น อิ่มฟูและชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน ทำให้โอกาสที่ไขมันจะกลับมาสะสมใหม่ยากกว่าการดูดไขมันวิธีเดิมๆ

 

โดยหัวดูดไขมันหรือ Handpiece จะที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสม กับการดูดไขมันเฉพาะแต่ละอวัยวะ หรือบริเวณรวมทั้งออกแบบมาเฉพาะ ทำให้ได้ปริมาณเฉพาะปริมาณไขมัน ทั้งยังออกแบบมาเพื่อเก็บรายละเอียดในแต่ละบริเวณ ที่ต้องการดูดไขมันได้ดียิ่งขึ้นซึ่งมีถึง 3 ขนาดด้วยกัน

 

• BodyTite Handpiece หัวดูดไขมันขนาดใหญ่ เหมาะสมกับการดูดไขมันบริเวณลำตัว หน้าท้อง แขน ขา แผ่นหลัง

• FaceTite Handpiece หัวดูดไขมันขนาดกลาง เหมาะสมกับดูดไขมันบริเวณใบหน้า เช่น กรอบหน้า เหนียงใต้คาง คอ

• AccuTite Handpiece หัวดูดไขมันขนาดเล็กที่สุด เหมาะสมกับดูดไขมันบริเวณใบหน้า หรือจุดเล็กๆ ที่เข้าถึงยากรวมทั้งมีความบอบบาง เช่น คิ้ว ใต้ตา ร่องแก้ม นมน้อย หรือหัวเข่า

 

ดูดไขมัน BodyTite

ภาพก่อน - หลังทำดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

โดยหัวของเครื่อง BodyTite จะมีลักษณะเป็นตัวคีบ 2 หัวด้านหนึ่งจะถูกสอดเข้าใต้ผิว อีกด้านหนึ่งจะอยู่บนผิวและด้านที่อยู่บนผิวจะมีเซ็นเซอร์ (sensor) เพื่อใช้วัดอุณหภูมิที่ใช้ในขณะดูดไขมัน ซึ่งจัดเป็นหนึ่งข้อดีที่แพทย์สามารถทราบถึงอุณหภูมิของพลังงานรวมทั้งยังสามารถทราบถึงค่าของพลังงานที่ปล่อยลงผิวหนังได้ สามารถปรับระดับความลึก ตื้น ได้ตามความต้องการ เพื่อเข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันบริเวณที่ต้องการโดยตรง ไม่ทำลายเนื้อเยื่อและระบบเส้นประสาทรอบๆ

 

ดูดไขมัน BodyTite

ภาพก่อน - หลังทำดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

เครื่อง BodyTite จึงนับเป็นเครื่องดูดไขมันเพียงเครื่องเดียวที่มีหน้าจอแสดงอุณหภูมิและพลังงานได้ทำให้สามารถป้องกันการเกิด “การไหม้ (Burn)” หรือผิวบุ๋มผิวขรุขระ จากการใช้ความร้อนที่ไม่เหมาะสมได้ทำให้การดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite เป็นวิธีการที่ปลอดภัยกว่าวิธีอื่นๆ อีกทั้งหัวยังเป็นอุปกรณ์ที่ใช้หนึ่งครั้งแล้วทิ้ง จึงสามารถเชื่อถือในความสะอาดและปลอดภัยได้อีกด้วย

 

ดูดไขมัน BodyTite

ภาพก่อน - หลังทำดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

นอกจากนี้ การดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite จะช่วยยกกระชับผิวในชั้นผิวหนังที่มีความหย่อนคล้อย ที่เกิดจากการเรียงตัวของคอลลาเจนรวมทั้งอิลาสตินที่มีความผิดปกติ จนกลายเป็นรอยย่นหรือร่องลึกรวมทั้งความย้วย หย่อน ยานของผิวหนัง เครื่อง BodyTite จะช่วยได้โดยการจะปล่อยพลังงาน RF ลงไปที่ใต้ชั้นผิวหนัง ความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวลงจึงส่งผลให้ผิวหนังมีความกระชับขึ้น และผิวหนังด้านนอกที่เคยมีปัญหาเหี่ยว ย่น ย้อย จึงมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวมีความอิ่มฟู เรียบเนียนขึ้นได้อีกด้วย

 

ดูดไขมัน BodyTite

ภาพก่อน - หลังทำดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

เครื่องดูดไขมัน BodyTite เหมาะกับใครบ้าง ?

• ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับ ใต้ตาลึก มีตีนกา คอเหี่ยว แขนย้วย หน้าท้องย่น

• ผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินตามจุดเล็กๆ เช่น เหนียงคอ นมน้อย ปีกหลัง

• ผู้ที่ต้องการทำยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม

• ผู้ที่ต้องการลดไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด

• ผู้ที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว

• ผู้ที่ต้องการลดปัญหาริ้วรอยเร่งด่วน

• ผู้ที่ต้องการลดไขมันอย่างเร่งด่วน

• ผู้ที่มีเวลาในการพักฟื้นน้อย

• ผู้ที่ต้องการลดไขมันพร้อมการกระชับโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

• ผู้ที่ต้องการลดไขมันโดยหวังผลชัดเจนในระยะเวลาสั้น

 

การดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite ดีกว่าวิธีการดูดไขมันวิธีดั่งเดิมอย่างไร ?

เมื่ออายุมากขึ้น หรือเมื่อรูปร่างเริ่มเปลี่ยน มีขนาดตัวที่ใหญ่มากขึ้น ผิวหนังจะมีความยืดหยุ่นที่น้อยลง การดูดไขมันแบบเดิมยิ่งทำให้ผิวหนัง บริเวณที่ได้รับการดูดไขมันมีความขรุขระ เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หย่อนยาน หรือแตกลาย นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของการกระชับผิวให้กระชับขึ้นหลังทำการดูดไขมันนั่นเอง เนื่องจากตัวเครื่อง BodyTite จะลดโอกาสที่ผิวหนังจะหย่อนยานยิ่งขึ้นหลังการดูดไขมันเมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบเดิม ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยที่มากกว่า มีความอ่อนโยนกว่า และฟกช้ำ เจ็บปวดน้อยกว่า และส่งผลเสียน้อยกว่าวิธีการเดิมทุกประการ

 

ขั้นตอนการดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite

• แพทย์จะประเมินปัญหารวมทั้งสอบถามความต้องการของคนไข้เป็น เพื่อวางแผนการรักษา

• คนไข้ต้องมีผลตรวจ Lab, X-ray ปอด และโรคอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการรักษา หากทราบว่าคนไข้มีสุขภาพที่ดีและพร้อมสำหรับการรักษาเท่านั้นจึงจะให้การรักษา

• ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ การสลบของคนไข้ จะช่วยให้แพทย์ทำงานได้ง่ายขึ้น สามารถดูดไขมันได้อย่างเต็มที่ ในบางเคสอาจใช้เพียงแค่ยาชาเท่านั้น ตามคำวินิจฉัยของแพทย์

• เปิดแผลด้วยเข็มขนาดเล็ก 

• แพทย์ทำการยกกระชับผิวและสลายไขมัน โดยวิธีการสอดหัว Cannula เข้าไปที่ใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา

• ใช้เวลาในการรักษาในแต่ละเคสอยู่ที่ประมาณ 30 นาที

 

ในบางกรณีที่คนไข้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมเป็นจำนวนมากแพทย์อาจมีการมีการใช้เทคนิคดูดไขมัน วิธีอื่นๆ เข้าร่วม เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดี มีความกระชับสวยกระชับมากยิ่งขึ้น หรือในบางกรณีที่ลดไขมันบริเวณเหนียงอาจมีความจำเป็นในการต้องใช้ผ้ารัดเหนียงร่วมด้วย

 

หมายเหตุ

• ไขมันที่สลายแล้วในร่างกายจะออกมาในรูปแบบของเหลวทำให้ง่ายต่อการดูดไขมันออกมา

• ในขณะเข้ารับการรักษาอาจมีเลือดเนื่องจากคลื่นจะเข้าไปทำให้เลือดหดตัวจึงทำให้เลือดออกเล็กน้อยความรู้สึกในระหว่างทำการดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Tite

 

ในขณะที่ทำการดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Tite จะมีความรู้สึกอุ่นๆ ที่ชั้นไขมันใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากยาชาที่ทำการฉีดไปก่อนทำการรักษาจะช่วยลดความเจ็บปวดในขณะทำ

 

เครื่องดูดไขมัน BodyTite

เครื่องดูดไขมัน (BodyTite)

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

ข้อดีของการดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite

• ช่วยยกกระชับผิวพร้อมสลายไขมันในหนึ่งเดียว

• คืนผิวเด็ก เรียบเนียน ไร้ริ้วรอย

• ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผล

• ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังทำ

• ไม่ต้องเย็บแผล ไม่ต้องตัดไม่ บวมช้ำน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็ว

• เห็นผลลัพธ์ถึงความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

• ไม่ต้องเย็บแผล ไม่ต้องตัดไม่ บวมช้ำน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็ว

• เข้าถึงตำแหน่งเล็กๆ ที่ยากต่อการรักษา เช่น คอ, คาง, แก้ม ทำให้รูปหน้าเรียว กระชับ ได้รูป

• ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวทำให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษายกกระชับ เรียบเนียน และตึงขึ้นพร้อมกัน

• ใช้เวลาในการรักษาเพียงไม่นาน

• พักฟื้นไม่นาน (บางตำแหน่งการรักษาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที

• Coagulation ห้ามเลือดไปด้วยขณะทำการดูดไขมัน

 

ข้อเสียของ BodyTite

• ไม่เหมาะกับการทำยกกระชับในกรณีที่มีปัญหาผิวย้วยหนัก หรือในคนไข้ที่ตัวใหญ่มีไขมันมากรวมถึงสาวพลัสไซซ์

• ไม่มีการกำหนดราคาที่แน่นอน (เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ) และจำนวนจุดที่ต้องการดูดไขมัน

 

เครื่องดูดไขมัน BodyTite
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

การเตรียมตัวก่อนการดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite

• แจ้งโรคประจำตัวกับแพทย์ก่อนเข้ารับการดูดไขมันทุกครั้ง

• งดรับประทานวิตามินรวมทั้งอาหารเสริม 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ

• ห้ามทำในผู้ที่ป่วย ร่างกายอ่อนแอหรือไม่สบาย

• พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับการดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite

 

เครื่องดูดไขมัน BodyTite
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

 

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ BodyTite

• พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด

• เลือกใช้สบู่/โฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนสูงในช่วงเดือนแรกหลังทำ

• งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 7-15 วันหลังทำ

• ทานยา และประคบอุ่น ประคบเย็น ทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

• หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ผิวจนกว่าแพทย์จะอนุญาต

• ในกรณีที่คนไข้ยกกระชับเหนียงจำเป็นต้องมีการใส่ผ้ารัดใบหน้าไว้ เพื่อให้ใบหน้าได้รูปและกระชับยิ่งขึ้น ในคนไข้ที่ดูดไขมันที่ตัวควร ใส่ชุดกระชับ บริเวณที่มีการดูดไขมัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

• ทำความสะอาดแผลอย่างระมัดระวัง และเป็นประจำตามแพทย์สั่ง

• งดกิจกรรมกลางแจ้ง ห้ามแผลโดนแดด

• งดกิจกรรมหนัก เพื่อป้องกันแผลเปิด

• งดทานของเค็ม รวมถึงของหมักดองเพื่อไม่ให้แผลหายช้า

 

เครื่องดูดไขมัน BodyTite ต่างจากเครื่องอื่นๆ ในการดูดไขมันอย่างไร?

เครื่องดูดไขมันเครื่อง VASER (Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance )

 

VASER เป็นเครื่องดูดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ Ultrasound ซึ่งการดูดไขมันด้วยพลัง Ultrasound สามารถทำให้สลายไขมันปริมาณมากๆ ได้ภายในครั้งเดียว จึงทำให้แพทย์ทำการดูดไขมันออกมาได้ในปริมาณที่เยอะกว่าเครื่องมือชนิดอื่น

 

วิธีนี้ทำให้ไขมันที่ดูดออกไม่สามารถในไปใช้เติมในบริเวณต่างๆ ในร่างกายได้ เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ดูดออกมาได้ตายไปแล้ว

 

ข้อดีของเครื่องดูดไขมัน VASER

1.VASER เป็นเครื่องที่สามารถดูดไขมันได้ทั้งหน้าท้อง แขน สะโพก ขาด้านนอกและด้านใน

2.VASER เป็นเครื่องมือที่ดูดไขมันส่วนเกินในร่างกายออกมาได้ในปริมาณมาก เนื่องจากตัวเครื่องจะช่วยสลายไขมันภายในร่างกายให้สลายตัวแตกตัว จึงทำให้ง่ายต่อการดูดไขมันออกมา

3.ใช้เวลาในการดูดไขมันไม่มาก จึงมีความรวดเร็วในการรักษา

4.สัดส่วนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน

 

ข้อเสียของเครื่องดูดไขมัน VASER

1.ไขมันที่ถูกดูดโดยเครื่อง VASER ไม่สามารถนำกลับมาใช้ในการเติมไขมันได้ เนื่องจากเซลล์ไขมันถูกทำลาย จากการใช้เครื่อง VASER สลายไปไขมันไปแล้ว

2.อาจเกิดความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่ทำการดูดไขมัน ในระหว่างที่แพทย์ทำการดูดไขมัน

3.การดูดไขมันโดยการใช้เครื่อง VASER ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนานกว่าเครื่องมือชนิดอื่น

4.หลังดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER คนไข้จะรู้สึกมีอาการบวมช้ำ ระบมบริเวณที่ดูดไขมัน

5.แพทย์ที่ทำการดูดไขมันไม่ชำนาญกับเครื่องมือ อาจทำให้ท่อดูดไขมันสัมผัสกับผิวคนไข้ และเกิดอาการผิวไหม้ (Burn)ได้ รวมทั้งพลังงานความร้อนอาจทำให้เนื้อเยื่อ เส้นเลือด และเส้นประสาทได้รับผลกระทบได้

6.หลังดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER จะมีอาการบวมช้ำ จึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน

 

ต่างจาก เครื่องดูดไขมัน BodyTite คือ

1.เครื่องดูดไขมัน BodyTite จะมีอาการบวมช้ำน้อยกว่า

2.เครื่องดูดไขมัน BodyTite จะมีอาการเจ็บปวดระหว่างทำน้อยกว่ามาก

3.เครื่องดูดไขมัน BodyTite สามารถยกกระชับไปพร้อมกับดูดไขมัน

4.ใช้พลังงานในการดูดไขมันที่ต่างกัน VASER ใช้พลังงาน Ultrasound ส่วน BodyTite ใช้คลื่น RF (Radio Frequency Wave)

5.BodyTite ดูดไขมันได้ในจำนวนที่มากกว่า

 

เครื่อง Body Jet เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ

เครื่องดูดไขมันพลังน้ำ Body Jet เป็นเครื่องดูดไขมัน Generation ล่าสุดจากประเทศเยอรมัน ที่มีการผสมผสานความแข็งแรงของเครื่องมือและความนุ่มนวลเอาไว้ โดยใช้พลังงานน้ำในการทำการแยกชั้นไขมันออกจากเนื้อเยื่อ จึงไม่ทำให้ไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบๆ เซลล์ไขมัน จึงดูดไขมันได้อย่างปลอดภัย บวมช้ำน้อยหายเร็ว ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดการบอบช้ำระหว่างการทำการสลายไขมัน เนื่องจากเป็นการดูดไขมันออกด้วยหัวเครื่องมือพิเศษและปลอดเชื้อ

 

ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Jet ดีอย่างไร ?

1.เป็นการดูดไขมันออกมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทำให้ไขมันสามารถนำไปใช้โดยการเติมในบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย ในการเติมเต็มจุดบกพร่องต่างๆ ได้ จึงทำให้มีผลลัพธ์ที่ดีตรงตามความต้องการของคนไข้

2.เครื่อง BODY JETทำให้พลังน้ำเข้าไปแทรกอยู่ในไขมันส่วนเกิน ตอนดูดไขมันจึงไม่สร้างพังผืด ทำให้ผิวบริเวณที่ดูดไขมันเรียบสวยเจ็บน้อย หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ

3.ผิวบริเวณที่ดูดไขมัน หลังดูดไขมันไม่ก่อให้เกิดอาการบวมช้ำ ผิวเรียบเนียนสวยไม่ขรุขระ

4.ไขมันที่ได้ส่งต่อไปทำ Fat Transfer หรือ Masenchymal stem cell ได้

5.ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาก็เอาอยู่

6.ไม่เกิดการเผาไหม้ ผิวไม่ Burn

7.มีแผลหลังทำเพียง 0.3 – 0.5 เซนติเมตร

8.เซลล์ไขมันที่ได้จะมีสเต็มเชลล์ เมื่อนำไปเติมจะทำให้ไขมันติดดีขึ้น ผิวในบริเวณที่เติมจะขาวใส เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

9.เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกมา อยู่ในสภาพดี สามารถนำไปเติมเต็มส่วนต่างๆ ในร่างกายได้ โดยไม่เกิดอาการแพ้

 

ข้อเสียของเครื่องดูดไขมันพลังน้ำ (Body Jet)

1.ใช้ระยะเวลาในการดูดไขมันนานกว่าปกติ เนื่องจากใช้แรงดันน้ำค่อยๆ ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวออกจากกัน

2.หลังดูดไขมันทันที อาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจน ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนขึ้นหลังจากดูดไขมันมาแล้วประมาณ 1 เดือนครึ่ง

 

Body Jet ต่างจาก เครื่องดูดไขมัน BodyTite คือ

1.Body Jet สามารถนำไขมันมาใช้ต่อได้

2.ดูดไขมัน BodyTite ช่วยยกกระชับไปพร้อมกับการดูดไขมันได้

3.ใช้พลังงานในการดูดไขมันที่ต่างกัน Body Jet ใช้พลังงานน้ำ ส่วน BodyTite ใช้คลื่น RF (Radio Frequency Wave)

4.เครื่อง Body Jet ดูดไขมันได้ช้ากว่า BodyTite

5.เครื่อง Body Jet เห็นผลในการลดไขมันได้ช้ากว่า BodyTite โดยจะเห็นผลชัดเจนขึ้นหลังจากดูดไขมันมาแล้วประมาณ 1 เดือนครึ่ง

 

เครื่อง Body Jet เหมาะกับใคร ?

• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูดไขมันส่วนเกินออก บริเวณที่นิยมคือ หน้าท้อง สะโพก ต้นขา

• เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูดไขมันเพื่อเติมในบริเวณอื่นที่มีความบกพร่อง

• เหมาะกับผู้ที่อยากดูดไขมัน และอยากให้ผิวเรียบสวย

 

โดยการเลือกเข้ารับบริการดูดไขมันด้วยวิธีการแต่ละวิธี หรือแต่ละเครื่องนั้น มีวิธีและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป สามารถปรึกษาแพทย์ โดยบอกความประสงค์ ความต้องการ ต่างๆ โดยละเอียด เพื่อทำการวินิจจัย และวางแผนการดูดไขมันที่เหมาะสม

 

ทำการดูดไขมันด้วยเครื่อง BodyTite สามารถดูดไขมันด้วยเครื่องอื่นได้อีกหรือไม่ ?

ผิวหนังหลังทำการดูดไขมันจะมีความบอบบาง สามารถทำได้หากมีการทิ้งระยะเวลายาวนานตามสมควร หรือตามวินิจฉัยของแพทย์ แต่สามารถทำการรักษาในแต่ละเครื่องในบริเวณที่แตกต่างกันไปได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งความประสงค์โดยละเอียดก่อนทำการรักษา

 

สำหรับการดูดไขมัน นับเป็นหัตถการที่มีความอันตราย เนื่องจากต้องมีการวางยาสลบในบางกรณีจึงต้องหาข้อมูลประกอบการรักษาเป็นอย่างดี เพื่อเลือกสถานที่เข้ารับบริการที่ดีที่สุดในกับตัวเอง ควรใช้เวลาในการไตร่ตรอง รวมทั้งซักถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ที่สำคัญให้ Rassapoom Clinic เป็นหนึ่งในตัวเลือกในการตัดสินใจในการดูดไขมันของคุณ เพราะเราการันตีด้วยความน่าเชื่อถือรวมทั้งรางวัลมากมายในการให้บริการ

743

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว